1686 จำนวนผู้เข้าชม |
![]() | ![]() | ![]() |
ประวัติศาสตร์การใช้พวงหรีดและพวงมาลาในประเทศไทย
จุดเริ่มต้นในสมัยรัชกาลที่ 4: ธรรมเนียมการใช้พวงหรีดในไทยเริ่มขึ้นเมื่อสยามเปิดรับวัฒนธรรมตะวันตก งานศพในยุคนั้นเริ่มมีการใช้การ์ดขอบดำและพวงหรีดดอกไม้ เพื่อแสดงความอาลัยตามแบบสากล
การแพร่หลายในสมัยรัชกาลที่ 5: เมื่อสังคมไทยปฏิรูปเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ การใช้พวงหรีด–พวงมาลากลายเป็นธรรมเนียมที่ชัดเจน โดยใช้ในงานพระบรมศพ งานพระราชพิธี และงานศพบุคคลสำคัญ เป็นการผสมผสานวัฒนธรรมตะวันตกเข้ากับขนบธรรมเนียมไทย จนเกิดเอกลักษณ์ที่สืบทอดต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน
เรื่องราวที่ซ่อนอยู่ในพวงหรีดไทย ในอดีต พวงหรีดไทยไม่ได้จัดทำจากดอกไม้สดเพียงอย่างเดียว หากยังมีการประดิษฐ์จากวัสดุต่าง ๆ อาทิ ใบตอง ใบลาน ดอกไม้แห้ง และผ้าแพร เพื่อให้สามารถคงรูปอยู่ได้หลายวันตามระยะเวลาของพิธี
ต่อมา เมื่อศาสตร์แห่งการจัดดอกไม้พัฒนาและเข้ามามีบทบาทมากขึ้น “พวงหรีดดอกไม้สด” จึงกลายเป็นรูปแบบที่ได้รับความนิยม เพราะสามารถสะท้อนทั้งความงดงาม ความอ่อนโยน และความไม่จีรังของชีวิต ซึ่งสอดคล้องกับหลัก “อนิจจัง” ในพุทธศาสนา ที่กล่าวถึงความเปลี่ยนแปลงและความไม่เที่ยงของสรรพสิ่ง แม้แต่รูปทรง “วงกลม” ของพวงหรีดเอง ก็ยังแฝงนัยเชิงปรัชญา สื่อถึงวัฏจักรของชีวิต — การเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป ก่อนคืนกลับสู่ความสงบอย่างงดงาม
พวงมาลากับสายใยแห่งความจงรักภักดีของคนไทย
สังคมไทย “พวงมาลา” ยังมีความหมายที่ลึกซึ้งในฐานะสัญลักษณ์แห่งความกตัญญูและความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ในวาระสำคัญของชาติ ไม่ว่าจะเป็นวันปิยมหาราช หรือพิธีรำลึกเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตของพระมหากษัตริย์ไทย ประชาชน หน่วยงานราชการ และองค์กรต่าง ๆ จะร่วมถวายพวงมาลาเพื่อแสดงความเคารพและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ
สืบเนื่องมาจนถึงวาระแห่งการเสด็จสวรรคตของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระผู้ทรงอุปถัมภ์งานหัตถศิลป์ไทย และทรงส่งเสริมให้ประชาชนในชนบทมีอาชีพ มีรายได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นผ่าน “ศิลปะแห่งแผ่นดิน” ดอกไม้หลายชนิดที่นิยมใช้ในพวงมาลา จึงไม่ได้มีเพียงความงดงาม หากยังสะท้อนถึงคุณค่าทางวัฒนธรรมและพระราชนิยม ได้มมีการนำดอกไม้พระนาม ทั้ง กล้วยไม่แคทลียา ควีนสิริกิติ์ ที่สวย สง่างาม อ่อนช้อย ดอกบัว ดอกไม้แห่งความบริสุทธิ์ ความสงบ และความศรัทธาในพุทธศาสนา มารังสรรค์เป็น “พวงมาลา” เเป้นการน้อมนำและสืบสานงานศิลปะ วัฒนธรรม และความงดงามแห่งจิตใจไทยผ่านงานดอกไม้อย่างวิจิตรและสมเกียรติ